เสียงเรียกจากใต้ต้นไทร
คืนเดือนดับ ภพหลงเข้าไปในวัดร้าง และได้ยินเสียงของเปรตที่รู้ความลับซึ่งเขาไม่เคยบอกใคร

คืนเดือนดับ “ภพ” เดินหลงเข้าเขตวัดร้างท้ายหมู่บ้าน เขาได้ยินเสียงครางยาวแผ่วเบาลอยมาจากใต้ต้นไทรใหญ่
“หิวเหลือเกิน…”
เงาร่างสูงเสียดยอดไม้ค่อย ๆ ก้มลงมา ผอมแห้งจนเห็นซี่โครง ดวงตาเรืองแสงส้ม และปากกว้างจนเกือบถึงใบหู
ภพยกมือไหว้ พึมพำขออโหสิกรรม แล้วถอยหลังอย่างช้า ๆ แต่เสียงนั้นกลับดังขึ้นข้างหู
“จำวันที่เอาข้าวของแม่ไปขายได้ไหม”
เขาชะงัก เพราะไม่มีใครรู้ว่าเมื่อหลายปีก่อน เขาเคยขโมยเงินที่แม่เก็บไว้ทำบุญจนแม่ตรอมใจตาย
เช้าวันต่อมา ชาวบ้านพบเพียงรองเท้าของภพวางอยู่หน้าต้นไทร และบนพื้นดินมีรอยเท้ายาวผิดมนุษย์ เดินลากหายเข้าไปในป่าช้า
ทุกคืนเดือนดับ เสียงครางยังคงดังจากวัดร้างเสมอ
“หิวเหลือเกิน…”
ความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็นที่ผ่านการตรวจ
แฟ้มหลอนที่เกี่ยวข้อง

รูปถ่ายใบที่สิบสาม
ผมได้กล้องฟิล์มเก่าจากตลาดนัดหลังวัด คนขายบอกว่าเหลือฟิล์มอยู่สิบสองใบพอดี คืนแรกผมลองถ่ายเล่นในบ้าน หลังงานศพยายเพิ่งผ่านไปสามวัน บ้านยังมีกลิ่นธูปติดผ้าม่าน ผมถ่ายหิ้งพระ ทางเดิน ห้องครัว เก้าอี้โยก

นางตานีใต้แสงจันทร์ดับ
หลังเที่ยงคืน คนแก่ในบ้านหนองสาบานห้ามใครเดินผ่านสวนกล้วยท้ายวัด เพราะมีต้นกล้วยตานีต้นหนึ่งไม่เคยออกเครือ แต่ทุกคืนวันพระจะมีเสียงผู้หญิงฮัมเพลงกล่อมเด็กดังมาจากกาบใบ

หมาหอนคืนศุกร์ 13
คืนศุกร์ที่ 13 ฝนพรำตั้งแต่หัวค่ำ หมู่บ้านเงียบเหมือนถูกคลุมด้วยผ้าดำ ยายแช่มเคยบอกว่า ถ้าหมาทั้งหมู่บ้านหอนพร้อมกันหลังเที่ยงคืน ห้ามใครขานรับเด็ดขาด เพราะมันไม่ได้หอนใส่คนเป็น

คนโบกรถกิโลที่สิบสาม
หลังเที่ยงคืน ผมขับรถกลับต่างจังหวัดคนเดียว ถนนสายรองมืดจนไฟสูงยังเหมือนส่องเข้าไปในหมอก ข้างหลักกิโลเมตรที่ 13 มีผู้หญิงคนหนึ่งยืนโบกรถ เธอสวมเสื้อคอกระเช้าสีซีด อุ้มถุงผ้าดอกมะลิ บอกเสียงเบาว่า “ขอต